วันศุกร์, เมษายน 14, 2560

ฉันใช้เวลา 1095 วัน พาลูกท่องเที่ยว

ระหว่างล่องเรือกลางทะเล
คำว่า “แม่” เป็นคำนิยามที่ไม่มีสิ้นสุด แม่เป็นทั้งพี่เลี้ยง แม่ครัว เพื่อนเล่น พยาบาล ครู  แม่เป็นทุกอย่างของลูก แต่ลูกจะรู้บ้างไหมว่าลูกคือดวงใจของแม่ ลูกเป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่เกิดจากความรักของพ่อและแม่ แม่ก็เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่มีเคยมีหน้าที่การงานที่สังคมเป็นคนกำหนดว่าเราควรจะทำ จนทำให้เวลาที่ลูกเติบโตนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม่ไม่สามารถย้อนเวลาช่วงที่ลูกเป็นเด็กให้กลับคืนมาได้ พ่อกับแม่เลยยอมละทิ้งหน้าที่การงานและหันมาใช้เวลากับลูกอย่างเต็มที่ แต่จะให้พ่อกับแม่มานั่งจ้องหน้าลูกทั้งวันทั้งคืนที่บ้านก็คงไม่มีความหมาย พ่อกับแม่จึงพาลูกออกไปผจญภัยในโลกกว้าง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่หลายคนมองเห็นว่าพ่อกับแม่ทำไปโดยไม่ยั้งคิดและพาลูกไปประสบอันตราย
เล่นน้ำทะเลครั้งแรกที่ประเทศสาธารณรัฐโดมินิกัน

ว่ายน้ำรอบๆ เรือ สองขวบหกเดือน
ฉลองวันเกิดครบสองขวบที่เซนต์ลูเซีย
พ่อกับแม่มองเห็นว่ารากฐานของลูกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นช่วงเวลาที่พ่อกับแม่ได้ใช้กับลูกอย่างเต็มที่ เราอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง พ่อกับแม่ได้สังเกตเห็นพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกทุกวัน และได้หยิบยื่นสิ่งใหม่ๆ ให้กับลูกได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ใครๆ ต่างคิดว่าลูกยังเล็กจำความอะไรคงไม่ได้ สิ่งสำคัญไม่ใช่อยู่ที่สถานที่ แต่อยู่ที่เราได้ใช้เวลาของเราร่วมกันอย่างเต็มที่ วางรากฐานชีวิตและแนะนำประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เค้าได้เรียนรู้
สามขวบเจ็ดเดือน
ปั้นบัวลอย

เรียนรู้ขับเรือเล็กครั้งแรก
ลูกจะรู้บ้างไหมว่าลูกโชคดีแค่ไหนที่ได้ท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง พ่อกับแม่พาลูกไปล่องเรือใบตั้งแต่ครบขวบแรก ตั้งแต่ที่ลูกยังเดินไม่ได้ ยังพูดไม่รู้เรื่อง ยังใส่ผ้าอ้อม ยังตื่นมากินนมตอนกลางคืน จนถึงวันนี้ลูกเดินทางมาแล้วเกือบ 20 ประเทศ ลูกคงจำความไม่ได้ครั้งแรกที่ลูกเหยียบเม็ดทรายแล้วลูกร้องไห้เพราะตกใจที่คลื่นทะเลซัดมาโดนเท้าเล็กๆ ของลูก เมาเรือครั้งแรกตอนหนึ่งขวบกับสามเดือน เพื่อนคนแรกของลูกมีผิวสีเข้มกว่าลูกและพูดคนละภาษากับลูก ลูกไปโรงพยาบาลครั้งแรกในที่ๆ พ่อกับแม่ก็ไม่คุ้นเคยเพราะลูกท้องเสีย ครั้งแรกที่ลูกกระโดดลงน้ำทะเลจากเรือใบ ครั้งแรกที่ลูกว่ายน้ำได้เองโดยที่ไม่ต้องใส่แว่นตากันน้ำ ครั้งแรกที่ลูกตกปลาได้เอง เสียงหัวเราะ เสียงกรีดร้องที่แสดงถึงความสนุกสนาน ลูกจะรู้ไหมว่าแม่ก็อมยิ้มไปด้วย
ห่วงยางบนเรือของเล่นของลูก 

หลังจากเดินได้แล้วก็หัดขึ้นบันไดเข้าออกเรือ

หนึ่งขวบเก้าเดือนที่ ประเทศเซนต์ลูเซีย

หนึ่งขวบหกเดือน เห็นปลาเป็นๆ ครั้งแรก

สามขวบช่วยแม่ตากผ้า

อาบน้ำฝนครั้งแรกตอนสองขวบ

เพื่อนใหม่ของลูก
พ่อกับแม่เหนื่อยมากที่ต้องดูแลลูกเต็มเวลา แบบที่ไม่มีผู้ช่วย ไม่มีปู่ย่าตายายคอยช่วย พ่อกับแม่ต้องคอยระวังไม่ให้อันตรายใดๆ เกิดกับลูกและครอบครัวเรา ถือว่าว่าเป็นงานหนักยิ่งกว่างานประจำที่พ่อกับแม่เคยทำ แต่ประสบการณ์ที่เราทั้งหมดได้มีร่วมกันนั้นเป็นสิ่งที่พ่อกับแม่หวังว่าลูกพอจะจำได้บ้าง วัฒนธรรมและสถานที่ต่างๆ ที่เราไปกันมาคงทำให้ลูกเข้ากับคนได้ง่าย ให้ลูกไม่แบ่งชั้นวรรณะหรือเชื้อชาติ ธรรมชาติที่ลูกได้ไปเห็นด้วยตัวเอง พ่อกับแม่ก็หวังว่าเมื่อลูกโตขึ้นลูกจะเห็นคุณค่าของสัตว์ และพืชพันธุ์แต่ละชนิด ทุกวันนี้พ่อกับแม่ก็รู้แล้วว่า ไม่ว่าน้ำทะเลจะลึก คลื่นจะสูง พายุ ฟ้าผ่า ความมืด ไม่มีอะไรที่ทำให้ลูกของแม่กลัวเลย สิ่งทั้งหมดนี้ที่พ่อกับแม่ทำไปก็หวังว่าเมื่อลูกโตเป็นผู้ใหญ่ลูกคงจะรู้ว่าพ่อกับแม่รักลูกมากแค่ไหน เมื่อลูกหยิบรูปถ่ายขึ้นมาดูและเห็นรอยยิ้มของเราทั้งหมด ลูกคงจะรู้ว่าเรามีความสุขกันมากแค่ไหนในระหว่างที่เราท่องเที่ยวโลกกว้างไปด้วยกัน  
ไปดำน้ำดูปลากับแม่ สามขวบหนึ่งเดือนที่กัวเดอลุป

ไปดำน้ำดูปลากับพ่อ สามขวบสี่เดือน
กัปตันน้อยสองขวบสามเดือน

วันพุธ, กรกฎาคม 20, 2559

โบแนร์, บอน บินิ (Bonaire, Bon Bini)

บทความนี้แปลมาจากต้นฉบับบทความภาษาอังกฤษที่แหนเขียน
ป้ายจราจรของเกาะโบแนร์
ความรู้สึกแรกของฉันเมื่อฉันก้าวบนเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ คือ ฉันประทับใจโบแนร์มาก เรามาถึงที่นี่โดยไม่ได้ตั้งใจ แผนการเดินทางแรกที่เราวางไว้คือ ล่องเรือจากเกาะกัวเดอลุปโดยมีจุดหมายปลายทางที่เกาะคูราเซา ซึ่งมีระยะทางประมาณ 520 ไมล์ทะเล แต่เครื่องยนต์เรือของเราเกิดมีปัญหาระหว่างการเดินทาง จึงเป็นเหตุให้เราตัดสินใจพักการเดินทางที่เกาะโบแนร์และตรวจความเรียบร้อยของเรือก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังคูราเซา ที่เกาะโบแนร์นี้ไม่อนุญาตให้ทอดสมอเรือทุกบริเวณรอบเกาะ แต่ทางการได้มีที่ผูกเรือ Moorings เตรียมไว้ให้เพียงพอต่อความต้องการของนักเดินเรือ โดยมีค่าธรรมเนียม 10 ดอลล่าร์สหรัฐต่อวัน ถือว่าราคาไม่แพงและสมเหตุสมผล แต่เนื่องจากครอบครัวเรามีกำลังจ่ายที่จำกัด ค่าใช้จ่ายนี้ถือว่าเป็นภาระเพิ่มเติมจากรายจ่ายปกติของครอบครัวเรา จึงเป็นที่น่าเสียดายที่เราแวะพักที่เกาะโบแนร์นี้เพียงแต่เจ็ดวัน เป็นระยะเวลาที่สั้นที่สุดในการเดินทางเยี่ยมชมแต่ละเกาะของเรา แต่ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ โดยไม่ได้วางแผนแต่ก็สร้างความประทับใจให้ฉันเป็นอย่างมาก
Mooring ใต้น้ำ
"ดี" ผูกเรือกับ mooring
ปลาจำนวนมากใต้ท้องเรือใบ "ดี"
โบแนร์หนึ่งในหมู่เกาะเอบีซี (อะรูบา, โบแนร์ และคูราเซา) เป็นหมู่เกาะของประเทศเนเธอร์แลนด์ กฎหมายของประเทศเนเธอแลนด์บังคับใช้ที่นี่ ตามข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ปี 2010ชาวท้องถิ่นเรียกกันว่า 10.10.10 เกาะโบแนร์, คูราเซา, ซาบา, เซนต์เอสตาทิอุส และเซนต์มาตินได้ยกเลิกฐานะการเป็นประเทศภายใต้ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์  ปัจจุบันได้กลายเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศเนเธอร์แลนด์ เกาะโบแนร์มีการปกครอบแบบเขตเทศบาลเมืองพิเศษ ภาษาที่ใช้เป็นทางการคือ ดัตช์และปาเปียเมนตู (Papiamentu) ปาเปียเมนตูเป็นภาษาท้องถิ่นซึ่งมีรากฐานมากจากภาษาโปรตุเกส, สเปน, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์ และแอฟริกัน นอกจากนั้น ภาษาสเปนและอังกฤษใช้กันอย่างแพร่หลายบนเกาะโบแนร์ ประชากรจำนวนมากอพยพมาจากโคลัมเบียและเวเนซุเอลาเพื่อมาหางานทำที่โบแนร์ จึงเป็นอีกเหตุผลนึงว่าทำไมชาวบ้านส่วนมากถึงพูดภาษาสเปน แม้แต่ชาวจีนที่อาศัยที่โบแนร์นี้ยังใช้ภาษาสเปนแทนภาษาอังกฤษ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่นี่เล่าว่าประชากรของโบแนร์มีเพียง 18,000 คน หากเปรียบเทียบกับมาเก๊าที่ๆ ครอบครัวเราเคยอาศัยอยู่ตัวเลขของประชาชนเท่ากันแต่ต่างกันที่ มาเก๊ามีประชากร 18,000 คน ต่อหนึ่งตารางเมตร!

เนื่องจากครอบครัวเราเคยอาศัยที่มาเก๊า ประเทศจีน ทำให้เรามีความคุ้นเคยกับชาวจีน ทั้งวีถีชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรม เมื่อเราออกเดินทางล่องเรือทางทะเลไปยังแต่ละเกาะ เรามักจะพบกับชาวจีนทุกเกาะ โดยเฉพาะที่โบแนร์ทุกมุมถนนบนถนนหนึ่งสายเราจะพบกับซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารที่มีเจ้าของเป็นชาวจีน จนทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่าจำนวนประชากรจาก 18,000 คน ของโบแนร์ 8,000 คน อาจจะเป็นชาวจีน! เรามีโอกาสแวะไป Van den Tweel ซุปเปอร์มาร์เก็ตสไตล์ดัตช์ซึ่ง Albert Heijn มีสาขาอยู่ทุกแห่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ หากเปรียบเทียบราคาสินค้าที่ซุปเปอร์มาเก็ตแห่งนี้กับที่อื่นๆ ในหมู่เกาะแคริบเบียน ที่นี่ถือว่ามีราคาถูกกว่ามาก นอกจากสินค้าที่ส่งตรงมาจากเนเธอร์แลนด์แล้ว ที่นี่ยังมีบริการรถรับส่งให้แก่นักเดินเรือฟรีทุกวันอังคารและวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ครอบครัวเราไม่มีโอกาสใช้บริการรถรับส่งจากซุปเปอร์มาเก๊ตเพราะเรามักจะเดินไปยังซุปเปอร์มาเก็ตเมื่อถึงเวลาที่ต้องตุนเสบียงอาหารให้ท้องเราอิ่ม โดยใช้เวลาเดินไปกลับเกือบหนึ่งชั่วโมง แต่การเดินถือเป็นส่วนหนึ่งของการเที่ยวชมบ้านเมืองและเป็นกิจกรรมของครอบครัวเราไปด้วยในตัว
ขนมปังร้อนๆ จากเตา ที่ซุปเปอร์มาเก็ตสไตล์ดัตช์
ป้ายรถเมล์ที่เกาะโบแนร์
โบแนร์ถือเป็น "สวรรค์ของนักดำน้ำ" บริเวณส่วนใหญ่ของเกาะเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่คุณจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมธสำหรับนักประดาน้ำ  25 เหรียญ และ 10 เหรียญ สำหรับผู้ที่ไม่ใช่นักประดาน้ำ กฎข้อจำกัดที่นี่เข้มงวดมาก เรือทุกลำจำเป็นต้องสำแดงปืนฉมวก (Fishing gun หรือ Speargun) โดยที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะเก็บไว้ตลอดระยะเวลาที่เราอยู่บนเกาะ และจะคืนให้เมื่อเราทำการแจ้งการเดินทางออกจากเกาะ นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องสำแดงจำนวนเรือยางและเรือคายัคที่มีทั้งหมด นักเดินเรือสามารถตกปลาจากเรือของตนเองได้ ยกเว้นการตกปลานกปากนกแก้ว (Parrot fish) และห้ามจับสัตว์ทะเลที่มีเปลือกแข็งและปะการัง หากขัดขืนมีโทษปรับที่สูงมาก
วิวชายทะเลของเกาะโบแนร์เล็ก (Klein Bonaire)
พระอาทิตย์ตกดินที่โบแนร์
สำหรับการชำระเงินค่าผูกเรือ moorings การซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำประปา สามารถติดต่อได้ที่ฮาร์เบอร์ วิลเลจ มารีน่า ฉันจำรายละเอียดราคาของน้ำมันเชื้อเพลิงและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ไม่ได้ แต่จำได้ว่าก๊าซสำหรับหุงต้มสำหรับถังขนาดประมาณ 20-25 กิโลกรัมมีราคาสูงถึง 100 เหรียญ น้ำประปาราคาไม่ได้แพงมากนัก น้ำมันเบนซินและดีเซลมาจากเกาะคูราเซาซึ่งมีราคาที่เหมาะสม ถึงแม้ว่าฉันเห็นป้ายรถประจำทางทั่วไปรอบ ๆ เกาะ แต่ชาวบ้านที่นี่บอกกับเราว่าโบแนร์ไม่มีรถโดยสารสาธารณะ รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ และจักรยานมีให้เช่าหลายที่บนเกาะ ฉันได้สำรวจราคาค่าเช่ามอเตอร์ไซด์ตกวันละประมาณ 16 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากที่นี่เป็นเกาะเล็ก ๆ การจราจรไม่มากและพวกเขาไม่ได้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดสำหรับการใช้หมวกกันน็อกเท่าไหร่นัก สกุลเงินที่นี่ใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ฉันไม่เห็นคนที่นี่ใช้สกุลเงินกิลเดอร์ (กิลเดอร์เป็นสกุลเงินที่ใช้แพร่หลายในหมู่เกาะของเนเธอร์แลนด์ เช่น เซนมาติน คูราเซา เป็นต้น) ร้านค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งรับสกุลเงินยูโร แต่ไม่รับเหรียญยูโร บัตรเอทีเอ็มของฉัน (มาสเตอร์การ์ดจากเอเชีย) ใช้ได้กับเครื่องเอทีเอ็มของธนาคาร Maduro Curiel เพียงแห่งเดียว ซึ่งค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศแต่ละครั้งอยู่ที่ 4  เหรียญ ฉันพยายามกดเงินจากตู้ธนาคารอื่นซึ่งมีค่าธรรมเนียมสูงถึง 6  เหรียญ แต่บัตรเอทีเอ็มของฉันก็ใช้ไม่ได้กับตู้ธนาคารอื่น
สำนักงานการท่องเที่ยวโบแนร์ ที่ๆ เราสามารถมาใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตได้ฟรี
คำขวัญของโบแนร์ “Bonaire, Once a Visitor Always a Friend” มีความหมายคร่าวๆ ว่า เมื่อนักท่องเที่ยวได้มาเยือนโบแนร์ครั้งนึงแล้วก็จะกลายเป็นเพื่อนกันตลอดไป ฉันคิดว่าเป็นคำจำกัดความที่เหมาะสมดีที่สุดสำหรับเกาะนี้ ครอบครัวเรามีโอกาสติดต่อและขอข้อมูลโดยตรงจากสำนักงานการท่องเที่ยว สำนักงานการท่องเที่ยวทำงานอย่างมีประสิทธิภาพพร้อมกับรอยยิ้ม ทำให้นักท่องเที่ยวอย่างเรารู้สึกว่าได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เจ้าหน้าที่ของสำนักงานการท่องเที่ยวโบแนร์พยายามให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการติดต่อสื่อสารทางไกลของเรา ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดแล้วปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ แต่เรารับรู้ได้ถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ๆ ช่วยลงแรงติดต่อโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศหลายต่อหลายสาย และยังคะยั้นคะยอว่าหากเราต้องการความช่วยเหลืออีก สามารถแวะมาได้ทุกเมื่อ จากประสบการณ์ระหว่างการล่องเรือรอบโลกของเราที่ได้ติดต่อและสอบถามข้อมูลโดยตรงกับองค์กรการท่องเที่ยวของหลายเกาะในทะเลแคริบเบียน ฉันยืนยันได้ว่าการทำงานของสำนักงานการท่องเที่ยวของโบแนร์ทำงานด้วยใจ 
คำขวัญประจำเกาะโบแนร์
อะไรที่ทำให้โบแนร์พิเศษว่าที่อื่น
สำหรับฉันๆ มักจะมองหาสถานที่ๆ เหมาะแก่การตั้งรกรากของครอบครัวของเราหลังจากที่ฉันเสร็จสิ้นการเดินทางล่องเรือรอบโลก ฉันชอบที่จะอาศัยอยู่ในสถานที่เงียบสงบซึ่งมีอาหารหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ ง่ายต่อการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ และมีสภาพอากาศที่ดี ตามความคิดของฉันโบแนร์มีทั้งหมดที่ฉันมองหา!

**หมายเหตุ*** บอน บินิ ( Bon Bini) เป็นภาษาปาเปียเมนตู มีความหมายว่า ยินดีต้อนรับ

วันพฤหัสบดี, มกราคม 14, 2559

ชีวิต 3 ปี บนเรือ!



730 วัน 17 เกาะ 11 ประเทศ 
2120 ไมล์ทะเล ในแคริบเบียน

ฉันยังจำวันแรกที่ย่างเท้าเหยียบบนเรือ เรือใบที่มาจากเงินเก็บน้ำพักน้ำแรง วันที่เราลาออกจากงานประจำ และวันที่ครอบครัวเราตัดสินใจทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังแล้วออกเดินทางท่องเที่ยวร่วมกัน แม้ว่าฉันยังรู้สึกคิดถึงพ่อแม่ เพื่อน และสถานที่ๆ จากมา แต่พระอาทิตย์ตกดินทุก 730 วัน กับสามี ลูก และเพื่อนสี่ขาผู้ซื่อสัตย์นั้นมีค่ามาก ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าโชคดีมากแค่ไหน

วันนี้ย่างเข้าปีที่ 3 แล้ว ที่เราใช้ชีวิตไม่เหมือนคนอื่น ที่เราอยู่บนบ้านลอยน้ำ ที่เราต้องเดินทางย้ายจากเกาะนึงไปยังอีกเกาะนึงเสมอ บ้านที่เราอยู่ให้ความสะดวกสบายและให้ความรู้สึกปลอดภัยตลอดการเดินทางที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าหลายคนจะไม่รู้ว่าเราผลิตไฟฟ้าใช้เอง กรองน้ำเค็มเป็นน้ำจืด มีตู้เย็น เตาอบ แอร์และพัดลม ห้องน้ำ สายฝักบัวและเครื่องทำน้ำอุ่น (ที่ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่) โทรศัพท์สัญญาณดาวเทียว และทีวี เราแค่ใช้ชีวิตแตกต่างจากคนทั่วไป เพราะเรานอนบนเรือ กินบนเรือ และ-ี้บนเรือ!

ชีวิตของฉันเปลี่ยนไป
ฉันอ่านหนังสือมากขึ้นเพราะเรามีเทคโนโลยีน้อยลงทำให้เรามีเวลาเหลือมากขึ้น การเดินทางไปที่ใหม่ๆ สอนให้ฉันปรับตัวเข้าหาคนท้องถิ่น ภาษา และอาหารพื้นเมือง ฉันรู้จักคำว่า “ให้” มากขึ้นเมื่อฉันมีของที่ไม่จำเป็น ฉันมีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น ฉันได้พบกับคนที่ไม่เพียงแต่ไม่รู้จักต้มยำกุ้ง ผัดไทย หรือข้าวเหนียวมะม่วง แต่พวกเข้าไม่รู้ว่าประเทศไทยอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่ามันคงไกลมาก คนที่ยังคิดว่าภาษาไทยมีรากฐานมาจากภาษาจีน หรือพนักงานไปรษณีย์ที่ไม่รู้ว่าประเทศไทยตั้งอยู่ในทวีปเอเชีย ฉันยิ้มให้กับคนที่ฉันไม่รู้จัก ฉันพึ่งพาตนเองก่อนที่จะขอความช่วยเหลือ ฉันรักตัวเองและดูแลตัวเองแบบพอดีเท่าที่จำเป็น ทุกอย่างรวมกันสอนให้ฉันมีความสุขกับสิ่งที่ฉันมี


อะไรคือสโลว์ไลฟ์ ? 
ใครๆ ก็พูดถึง แต่จริงแล้วๆ คืออะไร? ฉันยังใส่นาฬิกาเพื่อบอกเวลาไม่ใช่ราคา ฉันยังตื่นนอนเป็นเวลาเพราะความเคยชิน ฉันก็ถ่ายรูปที่ๆ เราไปเก็บไว้เป็นความทรงจำและเอาไว้ให้ลูกดูเมื่อเค้าโตขึ้น อาหารที่เรากินบนเรือก็คลีนเพราะปลาเราตกมาจากทะเล สโลว์ไลฟ์ของฉันไม่ได้นอนเอื่อยเฉื่อยหรือนั่งมองดูคลื่นทะเลไปวันๆ แต่เราพักงานเมื่อเราเหนื่อย เรากินเมื่อเราหิว เรากินเท่าที่เราหิว ใส่ใจเพื่อนเรือบ้านรอบข้าง ยื่นมือช่วยเหลือแม้ว่าเราเขาอาจจะไม่ต้องการ และทำกิจกรรมกับครอบครัว
ฉันไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ฉันยังใส่นาฬิกาเพื่อบอกราคา ยังถือกระเป๋ายี่ห้อนิยม และยังใส่เสื้อผ้าคุณภาพสมราคา เมื่อฉันต้องเดินทางกลับเข้าเมืองและปรับตัวเข้าหากับหน้าที่ สังคมเป็นสิ่งที่กำหนดให้เราเสนอภาพที่เราอยากให้คนเห็น ซึ่งบางครั้งก็เกินความจำเป็น

สถานที่เป็นเพียงแค่น้ำจิ้ม
เล่นน้ำทะเลคนเดียวคงไม่สนุกเท่าเล่นกันสามคนพ่อแม่ลูก อาหารรสชาดแปลกใหม่กินคนเดียวก็ไม่อร่อย เบียร์เย็นๆ ของแต่ละประเทศคงไม่เพลินเท่ามีเพื่อนดื่มด้วย พระอาทิตย์ตกดินดูคนเดียวยังไงก็ไม่สวย ฉันบอกกับตัวเองเสมอว่าฉันโชคดีมาก ที่ได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว ทำกิจกรรม และเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ ด้วยกัน จนทำให้สถานที่ๆ เราไปเยือนเป็นเพียงแค่องค์ประกอบของการเดินทาง



สิ่งที่ฉันคาดหวังในปีที่  3 ของการเดินทางที่จะมาถึง
เวลาที่เพื่อนๆ ถามฉันว่าเราจะเดินทางล่องเรือไปกันอีกนานแค่ไหน ฉันตอบแบบขำๆ เสมอว่า จนกว่าเงินจะหมด ซึ่งก็ใกล้จะหมดแล้ว หลายคนกระซิบถามมาว่าล่องเรือกันมาสองปีเต็มแล้วครอบครัวเราใช้เงินเก็บกันไปเท่าไหร่ ฉันตอบกระซิบแบบเบาๆ กลับไปว่า ผู้ใหญ่ 2 เด็ก 1 และสุนัขอีก 1 กินอยู่ร่วมค่าซ่อมบำรุงทั้งหลาย คิดเป็นเงินได้กว่า 7 หลัก ภายในปีที่ 3 ของการล่องเรือรอบโลกของเรานี้ ฉันไม่หวังอะไรมาก เพียงแค่ให้เรายังสามารถเดินทางด้วยกันอีกต่อไป นานแค่ไหนไม่รู้ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนและเงินในกระเป๋าสตางค์เราคงจะได้ข้ามคลองปานามา และใช้เวลาในทะเลฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคก่อนที่จะตัดสินใจล่องเรือข้ามมหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก...เพราะชีวิตคือการเดินทาง


วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 02, 2558

ล่องเรือใบกลางทะเล 8 วัน กับที่เหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิด

                                     บทความนี้แปลมาจากต้นฉบับบทความภาษาอังกฤษที่แหนเขียนเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

ครอบครัวเราออกเดินทางจากเมืองชาร์ลอตต์ อะมาลี (Charlotte Amalie) หมู่เกาะเวอร์จิ้นของสหรัฐอเมริกา (United States Virgins Islands) สัปดาห์ที่แล้ว โดยมีจุดหมายปลางทางที่ประเทศเกรเนดา (Grenada) เกาะทางตอนใต้ของทะเลแคริบเบียน อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเดินทางคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมดประมาณ 4-5 วัน แต่เราใช้เวลาล่องเรือไปทั้งหมด 8 วัน โดยที่เดินทางมาถึงแค่ครึ่งทาง  

เพราะสาเหตุใดน่ะหรือ เพราะเมื่อเราแล่นเรือใบแผนการทุกอย่างต้องสามารถยืดหยุ่นได้ ครั้งนี้เราตั้งใจว่าจะแล่นเรือใบให้ได้มากที่สุดและใช้เครื่องยนต์ให้น้อยที่สุดเพื่อประหยัดเงินค่าน้ำมัน เราต้องแล่นเรือต้านลมที่พยายามพัดเรือเราให้กลับไปทิศทางเดิมเป็นเวลากว่า 2 วัน ถึงแม้ว่าเราจะพยายามล่องเรือซิกแซกตามแรงลมแต่ก็ไม่สามารถต้านคลื่นลมแรงได้ พยากรณ์อากาศของสัปดาห์ที่เราออกเดินทางนั้นถือว่าดีมาก ลมตอนกลางวันไม่แรงมาก คลื่นสูงไม่สูง แต่พอตกเวลากลางคืนอากาศแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อเริ่มมืดทั้งเสียงพื้นและผนังไม้บนเรือดังเอี๊ยดอ๊าดตลอดเวลาและเรือโคลงมาก เราล่องเรืออยู่ที่เดิมมา 2 วัน โดยที่ระยะทางไม่คืบหน้าเลย แล่นเรือกลับไปกลับมาตลอด 2 วันที่ผ่านมา แต่อย่างน้อยก็ไม่มีเครื่องมือหรืออะไรชำรุด

คืนวันที่ 3 ระหว่างที่ฉันพยายามกล่อมลูกเข้านอน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังและมีกลิ่นแปลกๆ หลังจากที่ฉันตะโกนถามฌูเอาว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันก็รีบวิ่งออกมาดู ฉันรู้สึกโชคดีที่กัปตันเรือฌูเอาไม่ได้หลับในเพราะความเหนื่อย เสียงที่ดังขึ้นนั้นเกิดจากหัวแก๊สแตกและแก๊สรั่ว ทำให้มีเสียงดังและกลินเหม็น แต่ฌูเอาสามารถปิดวาล์วถังแก๊สได้ทันเวลา เขาบอกกับฉันหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นว่า เขานึกในใจว่าจะโยนถังแก๊สลงทะเลแล้ว แต่ก็สามารถปิดวาล์วไว้ได้ทัน ฌูเอาได้แผลจากที่พยายามปิดวาล์วด้วยมือเปล่าขณะที่แก๊สรั่ว ทำให้มีแผลไหม้ที่นิ้วเล็กน้อยแต่ก็ไม่มีอะไรสาหัส เราไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่คาดว่าน่าจะมาจากการที่เรือโคลงมากจนทำให้ข้อต่อของหัวแก๊สแยกออกจากกัน อุบัติเหตุประเภทนี้ถือว่าเป็นปัญหาหลักของนักเดินเรือที่เราต้องล่องเรือ ถังแก๊สที่เป็นสิ่งหนึ่งที่มีประโยชน์ระหว่างการเดินทาง แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนกับว่าเรานำระเบิดเวลาล่องเรือไปกับเราด้วย การเดินทางต่อมาใน 5 วันที่เหลือ เราไม่สามารถหุง ต้ม หรือปรุงอาหาร เราต้องรับประทานอาหารที่ไม่จำเป็นต้องปรุงสุก เช่น ผลไม้ เมล็ดธัญพืช ขนมปัง คุ้กกี้ อาหารกระป๋อง นมสด และทิ้งอาหารสดที่มีทั้งหมดลงทะเล แม้กระทั่งจะต้มน้ำร้อนเพื่อต้มบะหมี่สำเร็จรูปทาน หรือชงกาแฟร้อนเรายังทำไม่ได้ แต่ไม่มีอะไรที่ร้ายแรงเพียงแค่ฉันอยากทานอาหารที่ปรุงใหม่และซดน้ำแกงร้อนๆ  สำหรับลูกทารกของเราไม่มีอะไรที่ต้องกังวลเพราะบนเรือของเราเต็มไปด้วยอาหารสำเร็จรูปสำหรับทารก ธัญพืช น้ำผลไม้ อาหารว่าง และนมสด ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถหุงต้มอาหารแต่ลูกของเราก็ยังได้ทานอาหารที่มีสารอาหารครบ จริงๆ แล้วฉันรู้สึกเศร้านิดหน่อยเพราะได้วางแผนเมนูอาหารไว้ตลอดการเดินทางแล้ว ตั้งแต่อาหารเช้า กลางวัน เย็น หรือแม้แต่อาหารว่าง แต่ก็กลับต้องโยนอาหารสดทั้งหมดทิ้งทะเลไป ทำให้เสียแผน

หมายเหตุ สำหรับครอบครัวและเพื่อนๆ ของเรา ไม่ต้องเป็นห่วง เราทานอาหารครบทุกมื้อ ไม่ได้อดอาหารมื้อไหนเลย เราทานผลไม้และผักสดแทน เช่น แคนตาลูป สับปะรด แอ้ปเปิ้ล ส้ม แพร์ แครอท มะเขือเทศ หัวหอมใหญ่ และแทบจะได้แตะอาหารกระป๋องสำเร็จรูป

เราชอบช่วงเวลาในการเดินทางครั้งนี้มาก ครอบครัวเราใช้เวลาร่วมกันตลอด เราสอนคำศัพท์ใหม่ๆ ให้ลูก เรานั่งชมวิวคลื่นทะเล ชี้นกด้วยกัน เราฟังดนตรี เต้นรำ และลูกเราก็เลียนแบบท่าทางที่เราทำ เราอาบน้ำด้วยกัน และทุกครั้งที่เรือโคลงมาเรีย ดีมักจะทำเสียง "ไอ่ ไหย่ ไหย๊" หลายๆ ครั้ง วาดรูปหลายภาพ หรือถ้าจะให้อธิบายดีๆ ก็ขีดๆ เขียนๆ มากกว่าที่จะวาดรูปเป็นภาพวาด มาเรีย ดีเล่นกับโนแอล และพาตุ๊กตาของเธอเข้านอน เราเล่นน้ำฝนด้วยกัน เรานอนเตียงเดียวกันและมาเรีย ดีก็หลับในอ้อมอกฉัน (ปกติแล้วเธอจะนอนในห้องนอนของเธอคนเดียว) เราทำกิจกรรมหลายอย่างด้วยกัน ฉันชอบช่วงเวลาแห่งความสุขนี้มาก และไม่มีสิ่งไหนที่สามารถมาทดแทนได้

ฉันไม่ได้รู้สึกอึดอัดและไม่เบื่อเลยถ้าจะต้องลอยอยู่กลางน้ำทะเลสีฟ้าเป็นเดือนๆ ฉันมองดูคลื่นทะเลและฉันก็ไม่ต้องทานยาแก้เมาเรือแล้ว ฉันชอบนั่งดูท้องฟ้ากลางทะเลเพราะมันสวยมาก ท้องฟ้าแต่ละวันแตกต่างกันสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ใต้ฟ้าเดียวกันแต่ท้องฟ้าเปลี่ยนสีในทุกๆ วัน ทุกนาทีและพระอาทิตย์ตกดินในแต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน ปัญหาของเราอยู่ที่ว่าน้ำมันใกล้หมดและลมก็เริ่มแรงขึ้นทำให้เราล่องเรือโดยใช้ใบเรืออย่างเดียวยากขึ้น เราพยายามที่จะล่องเรือซิกแซกตามคลื่นลมอยู่หลายวันแต่ก็ไม่สามารถต้านลมได้ หลังจากที่ล่องเรืออยู่ที่เดิมมาหลายวันเราก็ตัดสินใจสตาร์ทเครื่องยนต์ใช้น้ำมันที่เหลือในถังสุดท้ายขับเรือต้านลมตรงเข้าสู่เกาะที่ใกล้ที่สุด และภาวนาให้น้ำมันพอที่จะให้เราไปถึงเกาะของประเทศโดมินิกา

เราไม่ได้วางแผนจะหยุดพักเรือที่ไหนเลยเพราะเรากะว่าจะล่องเรือตรงไปที่ประเทศเกรเนด้า แต่จริงๆ แล้วแผนแรกที่เราวางไว้คือ เราล่องเรือจากหมู่เกาะเวอร์จิ้นของสหรัฐอเมริกาไปเรื่อยๆ ทีละเกาะ เมื่อเหนื่อยก็หยุดพักเรือโดยที่ไม่ขึ้นบก ไปเรื่อยๆ ทีละเกาะจนถึงเกรเนด้า แต่เรากลับเปลี่ยนแผนโดยไม่มีสาเหตุและตัดสินใจล่องเรือรวดเดียวเป็นระยะทางประมาณ 430 ไมล์ซึ่งมีจุดหมายปลางทางไปยังประเทศเกรเนด้า สิ่งที่ฉันเรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งนี้คือถ้าเราวางแผนอะไรไว้แล้วก็ควรยึดแผนการเดิมและเชื่อมั่นในลางสังหรณ์ของตัวเอง

เราเดินทางล่องเรือมาถึงประเทศโดมินิกาบริเวณระหว่างเมืองโรโซ (Roseau ) และพอร์ทเม้าท์ (Portsmouth) ช่วงเวลาเช้าตรู่ วันที่เราไปถึงหมอกลงหนา บรรยากาศเงียบสงบและวิวที่เต็มไปด้วยภูเขาสีเขียวขจี คงจะคล้ายกับที่หนังสือท่องเที่ยวเล่มหนึ่งอธิบายเกี่ยวกับประเทศโดมินิกาไว้ว่า "ถ้าคริสต์โตเฟอร์ โคลัมบัสเดินทางกลับมายังทะเลแคริบเบียนอีกครั้ง ประเทศโดมินิกาคงเป็นประเทศเดียวที่เขาจะจำได้" 

เมื่อเราเติมพลังกองทัพด้วยอาหารท้องถิ่นปรุงใหม่ร้อนๆ และเติมน้ำมันจนเต็มถังเรือแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะไปเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวบนเกาะของประเทศโดมินิกา ที่ๆ เราเดินทางมาถึงโดยความบังเอิญ
ออกเดินทางจากเมืองชาร์ลอตต์ อะมาลี (Charlotte Amalie) หมู่เกาะเวอร์จิ้นของสหรัฐอเมริกา (United States Virgin Islands)
วิวพระอาทิตย์ตกวันแรก 
กิจกรรมของลูกเรือ
กางใบเรือทั้งหมดเป็นครั้งแรก
สาหร่ายทะเลรอบเรือ
ผู้โดยสารบนเรือใบดี
เวลาที่ไม่มีลม กัปตันก็ของีบบ้าง
วิวพระอาทิตย์ตกวันที่สอง
วิวพระอาทิตย์ตกวันที่สาม
วิวพระอาทิตย์ตกวันที่สี่
วิวพระอาทิตย์ตกวันที่ห้า
วิวพระอาทิตย์ตกวันที่หก
ฝนครึ้มตอนบ่ายของวันที่เจ็ด
ล่องเรือใบมาถึงโดมินิกาตอนเช้าตรู่
วิวประเทศโดมินิกา
สถานที่ๆ เราล่องเรือใบมาถึงที่โดมินิกา

วันอังคาร, มิถุนายน 23, 2558

หนึ่งปีเต็มที่ผ่านมากับประสบการณ์การล่องเรือใบรอบโลก

                                               บทความนี้แปลมาจากต้นฉบับบทความภาษาอังกฤษที่แหนเขียน
ภาพถ่ายสุดท้ายที่มาเก๊าก่อนที่ครอบครัวเราย้ายมาอาศัยบนเรือใบ
ครอบครัวเราย้ายถิ่นฐานกันไปไกลกว่าครึ่งโลก
การใช้ชีวิตบนเรือใบและเดินทางไปด้วยในขณะเดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย! ถ้าคุณคิดว่าเราแต่งตัวเหมือนในนิตยสารแฟชั่น จิบเครื่องดื่มริมชายหาด หรือนอนอาบแดดกันทั้งวันบนเรือ ... พวกคุณคิดผิด!

เรามีหลายอย่างที่ต้องบำรุงรักษาและซ่อมแซมบนเรือ แม้ว่าเราซื้อเรือที่ลงโฆษณาประกาศขายว่า "พร้อมที่จะแล่นเรือและสภาพสมบูรณ์" แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด! รายการด้านล่างนี้คือสิ่งที่เราต้องดูแลในการดำรงชีวิตปีแรกบนเรือใบดี

รายการสิ่งที่ต้องเปลี่ยนและซ่อมแซม
เครื่องกรองน้ำเค็มเป็นน้ำจืด
ระบบ Auto pilot
ใบเรือ
ระบบทำความเย็นของตู้เย็น
ระบบกำเนิดพลังงานลม
พัดลมภายในเรือทั้งหมด
โถสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ 2 ห้อง
หลอดไฟ LED ภายในเรือทั้งหมด
ภาพตอนย้ายเข้ามาอยู่บนเรือใหม่ๆ 
ตรวจสภาพแบตเตอร์รี่ทั้งหมด
เวลาฝนตกหนัก เราต้องมีกะละมังและชามเป็นเครื่องช่วย!
รายการสิ่งของที่ต้องซื้อใหม่
ระบบแผงพลังงานแสงอาทิตย์
เรือยางมือสองยี่ห้อ West Marine
เรือยางมือสองยี่ห้อ AB
ใบเรือมือสอง (Jibs)
เตาแก๊สสำหรับปรุงอาหาร
ถังแก๊สขนาด 25 ลิตร
ของใช้ภายในครัว เครื่องนอน และเครื่องสุขภัณฑ์
เครื่องยนต์เรือยาง
อุปกรณ์แผนที่ Chart plotter
เตียงนอน 2 ห้องนอน
ลูกตะเพรากันกระแทกระหว่างเรือ
ถังสำรองน้ำ
ตาข่ายรอบเรือ
ระบบกรองน้ำมัน
ระบบกรองน้ำ
ระบบควบคุมการทำงานของหางเสือโดยลม (Windvane)
คันเบ็ดตกปลา
เตาแก็สใหม่ (ซ้าย)
ตรวจสอบแพช่วยชีวิต (Liferaft)
เรือยางมือสองของใครสักคน แต่เป็นมือหนึ่งสำหรับเรา
ถึงแม้ว่าเงินเก็บของเราเรียกว่าแทบจะไม่เหลือเลยซักบาท แต่เราก็ยังจะมุ่งมั่นในการล่องเรือรอบโลกของเราต่อไป ประสบการณ์ที่เราได้รับในการเดินทางปีแรกจากประเทศสาธารณรัฐโดมินิกัน เปอร์โตริโก หมู่เกาะเวอร์จิ้นของสหรัฐอเมริกา หมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น เซนต์มาร์ติน โดมินิกา และเซนต์ลูเซีย เป็นประสบการณ์ที่หาอะไรมาทดแทนไม่ได้ และเป็นสิ่งที่เราจะจดจำไปตลอด
เส้นทางเดินเรือจากเซนต์โทมัส (St. Thomas) ไปยังเกาะเซนต์มาร์ติน (St. Maarten) 
การแสดงโลดโผนของเหล่าปลาโลมาที่ว่ายวนเวียใกล้เรือเรา
ปลาสดๆ จากทะเล ปลาอีโต้มอญ (Mahi-Mahi, Dorado หรือ Dolphinfish)
บรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินกลางท้องทะเลระหว่างล่องเรือ
มาดูกันว่าจากประสบการ์หนึ่งปีที่ผ่านมาคู่ของเราจะตอบคำถามเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

สถานที่ไหนที่เราประทับใจและชอบมากที่สุด
แหน: ฉันชอบเซนต์มาร์ติน  (St. Maarten) เพราะเป็นที่ๆ มีอาหารการกินหลากหลาย มีร้านอาหารหลายประเภท และฉันสามารถหาซื้อเครื่องปรุงเอเชียเกือบทั้งหมดได้ที่นี่  ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แต่ละเกาะ แต่ละประเทศมีความพิเศษในแบบที่แตกต่างกัน เพียงแค่ระยะทางห่างกันไม่มากแต่วัฒนธรรมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 
ฌูเอา: ฉันชอบเซนต์มาร์ติน  (St. Maarten) แต่ปัญหาเรื่องเอกสารการเดินทางเข้าประเทศสำหรับแหนที่ถือหนังสือเดินทางประเทศไทยพิธีการค่อนข้างเยอะ ทำให้ฉันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ถ้าจะให้เลือกสถานที่ๆ เอกสารไม่ยุ่งยากและปวดหัวน้อยหน่อยฉันเลือกหมู่เกาะเวอร์จิ้นของสหรัฐอเมริกา  
พบปะเพื่อนใหม่และเพื่อนเก่าที่เซนต์มาร์ติน (St. Maarten)
เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่เซนต์มาร์ติน (St. Martin)
เหตุผลที่ทำไมฉันถึงคิดถึงเซนต์มาร์ติน  (St. Maarten)
อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการเดินทาง
แหน: สิ่งที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น แต่หลังจากเริ่มต้นได้แล้วเราก็เริ่มที่จะชิน อย่างไรก็ตาม สถานะทางการเงินของเราเป็นปัญหาหลักเพราะเราใช้เงินทุนส่วนตัวตลอดการเดินทางทั้งหมดโดยที่ไม่มีผู้สนับสุนนใดๆ เป็นเงินทุนที่มาจากเงินสะสมของเรา ซึ่งขณะเดียวกันเราก็ไม่มีรายได้ประจำ จากประสบการณ์การเดินทางในปีแรกสอนให้ฉันใช้เงินอย่างฉลาดมากยิ่งขึ้น และฉันก็รู้สึกภูมิใจ 
ฌูเอา: เป็นเรื่องยากที่ต้องคอยวิตกสภาพทางการเงินอยู่เสมอและวางแผนว่าจะใช้เงินให้เพียงพออย่างไรในแต่ละเดือน รายได้เล็กน้อยที่มาจากการเขียนบทความของฉันไม่เพียงพอที่จะใช้ตลอดทั้งเดือน แต่เราก็พยายามที่จะบริหารเงินที่มีให้ดีที่สุด เราหวังว่าจากนี้ไปเราจะไม่มีปัญหาเครื่องยนต์ต่างๆ ที่ต้องซ่อม และหวังว่าเราจะสามารถหาผู้สนับสนุนโครงการการเดินทางของเราได้ในอนาคต  
การประหยัดเงินวิธีหนึ่ง 
ประสบการณ์ไม่ดีในการล่องเรือ 
แหน: เส้นทางการล่องเรือระหว่างเกาะโมนา  (Mona passage) จากประเทศสาธารณรัฐโดมินิกันไปยังประเทศเปอร์โตริโกเป็นประสบการณ์ที่แย่ที่สุดสำหรับฉัน ช่วงนั้นเป็นช่วงเริ่มต้นที่เรายังมีประสบการณ์ไม่มากนักกับเรือลำใหม่  ระบบ  auto pilot และเรด้าร์ไม่ทำงาน ทำให้เราไม่รู้ว่าสภาพอากาศรอบๆ ขณะนั้นเป็นอย่างไร และจู่ๆ ก็มีเมฆครึ้มล้อมรอบเราทุกทิศทางจนเราไม่สามารถล่องเรือไปทิศทางไหนได้ เราพยายามที่จะลอยลำเรืออยู่บริเวณเดิมและพยายามที่จะล่องเรือออกไปจากบริเวณที่มีสภาพอากาศที่ย่ำแย่  มันน่ากลัวมากจนตอนนั้นฉันต้องสวดมนต์ภาวนาให้เรารอดปลอดภัย 
ฌูเอา: สำหรับฉันก็คงจะเป็นเส้นทางระหว่างเกาะโมนาที่เป็นประสบการณ์ที่แย่ที่สุดจนถึงปัจจุบัน ตอนที่เราล่องเรือมาถึงท่าเรือแรกที่เมืองมายาเกซ  (Mayaguez) ประเทศเปอร์โตริโก แขนฉันชาและฉันรู้สึกเบลอมาก ประสบการณ์ครั้งนั้นถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับสภาพอากาศ แต่การล่องเรือจากหมู่เกาะเวอร์จิ้นของสหรัฐอเมริกา (USVI) ไปยังประเทศเกรเนดา (Grenada) เป็นประสบการณ์ที่มีการวางแผนไม่ดี เราล่องเรือออกจากฝั่งมากเกินไป ทำให้จากที่คาดว่าจะถึงจุดหมายภายใน 4 วัน กลายเป็น 8 วันและล่องเรือมาถึงได้แต่ครึ่งทางจนทำให้เราต้องพักเรือที่เกาะของประเทศโดมินิกา (Dominica) เพราะเราไม่มีน้ำมันสำรอง 
บางครั้งสภาพอากาศย่ำแย่
สภาพอากาศที่เราไม่ได้คาดการณ์ 
การล่องเรือใบโดยที่มีเด็กเล็กและสุนัขไปด้วยอย่างไร 
แหน: การดูแลทั้งเด็กและสุนัขเป็นเรื่องง่าย เมื่อถึงเวลาอาหาร เขาทั้งคู่ก็ทาน ถึงเวลานอนก็เข้านอน แต่เวลาที่ต้องพาทั้งคู่ไปเดินเล่นบนบกพร้อมกันนั้นเป็นเรื่องที่ยากกว่า เพราะมาเรีย ดีอยากจะเดินไปทางขวา แต่โนแอลอยากจะเดินไปทางซ้าย  ลองนึกภาพตามดูนะคะ 
ฌูเอา: โดยปกติแล้วฉันจะดูแลการล่องเรือใบตลอดการเดินทาง และแหนดูแลเรื่องลูกและอาหาร ระหว่างการล่องเรือตอนกลางคืนแหนจะเป็นคนกล่อมลูกเข้านอนและดูแลลูกอยู่ในห้องภายในเรือ ส่วนโนแอลจะอยู่เป็นเพื่อนข้างๆ ฉันตลอดคืน ในวันรุ่งขึ้นหลังจากทานอาหารเช้าด้วยกันแล้วแหนจะเป็นคนมารับช่วงดูแลเรือใบต่อ ให้ฉันได้มีเวลาพักและอยู่กับมาเรีย 

เด็กทารกและสุนัขอาบน้ำด้วยกันบนเรือใบ 
อะไรคือประสบการณ์ที่ดีที่สุด 
แหน: หลายครั้งที่เราประคองชีวิตคู่ของเราและสนับสนุนซึ่งกันละกัน ชีวิตที่มีเงินไม่มากและมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องแก้ไขเป็นเรื่องยาก เราทะเลาะกันเสมอ เราทะเลาะกันเหมือนคู่สามีภรรยาทั่วไปทุกคู่ เราเถียงกัน ตะโกนใส่กันและร้องไห้ แต่หลังจากนั้นเราจะพูดขอโทษและแก้ปัญหาด้วยกันเสมอ นอกจากนั้น การที่เราได้ใช้เวลาร่วมกันเห็นลูกของเราเติบโตขึ้น มีเวลาอบรมสอนลูกทุกๆ วัน และเห็นพัฒนาความสามารถทางด้านจิตใจและร่างกายของลูกเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดของฉัน 
ฌูเอา: การที่ได้เห็นพัฒนาการของลูกทุกๆ วันน่าจะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่พ่อคนนึงจะมีได้ ถึงแม้ว่าการใช้ชีวิตบนเรือจะยากลำบากกว่าเมื่อก่อนและไม่มีสิ่งที่เคยมีหลายๆ สิ่งเหมือนเมื่อครั้งที่เรายังมีงานทำ แต่การได้ใช้เวลากับภรรยาและลูกสาวของฉันแน่นอนว่ามันคือประสบการณ์ที่ดีที่สุด 
รูปถ่ายแรกของปี 2015 ขณะดูพลุฉลองปีใหม่ด้วยกันที่เกาะประเทศเซ็นต์ ลูเซีย (St. Lucia)
เราทำอะไรเวลาที่เรามีเวลาว่างบนเรือใบ 
แหน: ฉันไม่มีเวลาว่างเท่าไหร่นัก เพราะเวลาทั้งหมดมักจะหมดไปกับการเตรียมหาอาหาร ทำความสะอาดเรือ และดูแลลูกก็กินเวลาทั้งวัน แต่ถ้าฉันมีเวลาเหลือโดยที่ไม่มีอะไรต้องทำ ฉันมักจะนอนงีบตอนกลางวัน 
ฌูเอา:  ปกติฉันมักจะมีหลายสิ่งที่ต้องทำในเวลาเดียวกัน ซ่อมแซมเรือก็ยังต้องทำอยู่ทุกๆ วัน ซึ่งส่วนใหญ่ฉันจะทำเวลาที่ลูกหลับ เพราะเมื่อลูกตื่น ลูกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด บางเวลาที่ไม่มีอะไรต้องทำหรือซ่อมแซม หรือถ้าภรรยาฉันตื่น ฉันมักจะใช้เวลากับภรรยาพูดคุยกันหรือนั่งชมวิวด้วยกัน แต่ถ้าเธอนอนพักหรือทำอย่างอื่นอยู่ ฉันก็จะเช็คสภาพอากาศ หรือค้นหาข้อมูลหากมีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ฉันอ่านหนังสือก่อนเข้านอนเท่านั้น

การล่องเรือใบมีค่าใช้จ่ายสูงหรือไม่
แหน: ถ้าเราไม่มีอะไรที่ต้องซ่อม เราอาจจะสามารถเก็บเงินได้บ้าง น้ำและน้ำมันที่เราใช้บนเรือทั้งหมดเป็นเงินและมีมูลค่า เราไม่เคยจอดเทียบเรือที่มารีน่า ซึ่งก็ช่วยเราประหยัดเงินได้บ้าง ลำพังแค่ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องใช้เราพอจะจัดการกับเงินที่มีได้ สิ่งหนึ่งที่ฉันได้รับประสบการณ์ระหว่างการเดินทาง คือเราไม่สามารถเปรียบราคาสิ่งของหรืออาหารจากเกาะหนึ่งไปยังอีกเกาะหนึ่ง หรือเปรียบเทียบกับค่าเงินจากประเทศบ้านเกิดของเรา เหตุผลแรกเพราะเราไม่ได้มีเงินเดือนเหมือนเมื่อก่อน อะไรที่เมื่อก่อนเราคิดว่าราคาไม่แพง ปัจจุบันค่าเงินที่เท่ากันแต่สิ่งนั้นกลายเป็นของที่มีราคาแพงเพราะตอนนี้ฉันไม่ได้มีรายได้ สิ่งนี้ทำให้ฉันเปลี่ยนทัศนคติเรื่องการเงิน ตอนนี้ฉันคิดวิธีที่ว่า เรารู้ว่าเรามีเงินในกระเป๋าเท่าไหร่ สิ่งที่เราต้องจ่ายนั้นเรามีกำลังจ่ายพอหรือไม่ แทนที่จะเปรียบเทียบค่าเงิน 
ฌูเอา: การล่องเรือใบอย่างเดียวนั้นเป็นกิจกรรมที่ไม่มีค่าใช้จ่ายมากเท่าไหร่นัก แรงลมเป็นของฟรี แต่การบำรุงซ่อมแซมเรือเพื่อให้มีสภาพพร้อมในการล่องเรือตลอดเวลานั้นมีค่าใช้จ่ายสูง แม้ว่าเรือที่เพิ่งออกจากโรงงานมาใหม่ๆ ก็ยังต้องมีค่าบำรุงซ่อมแซม แต่หากต้องเปรียบเทียบกับชีวืตในเมืองว่าการใช้ชีวิตแบบไหนมีค่าใช้จ่ายมากกว่ากัน ฉันคิดว่ามันอยู่ที่ว่าคุณมีวิธีในการใช้เงินอย่างไรมากกว่า เมื่อก่อนเรามักจะซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ 2 -3 เครื่องทุกๆ ปี แต่ตอนนี้เราไม่มีมือถือสักเครื่องและมันก็ไม่เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องซื้อ  
การซื้อผลผลิตจากท้องถิ่นเป็นวิธีที่ช่วยให้เราประหยัดเงินวิธีหนึ่ง 
อะไรคือสิ่งที่เราคิดถึงระหว่างการล่องเรือ 
แหน: แน่นอนที่สุดคือเพื่อนและครอบครัว ถึงแม้ว่าเราได้พบผู้คนหลากหลายและทุกคนมีความน่าสนใจ แต่ฉันก็ยังคิดถึงวันเก่าๆ กับเพื่อนที่รู้ใจและครอบครัว นอกเหนือจากนั้น ฉันคิดถึงอาหารจีน ฉันพูดได้เลยว่าอาหารจีนที่เราได้ทานนอกประเทศจีนนั้น รสชาดไม่เหมือนอาหารจีนต้นฉบับ เพราะร้านอาหารจีนในแต่ละเกาะปรับรสชาดให้เข้ากับชาวท้องถิ่น ทำไมฉันไม่คิดถึงอาหารไทยน่ะหรือ เพราะเวลาที่ฉันคิดถึงอาหารไทยจานไหน ฉันก็จะปรุงมันเองโดยที่ไม่ต้องง้อร้านอาหารไทยในต่างแดน  
ฌูเอา: เป็นเรื่องธรรมดาที่ฉันคิดถึงบ้านและเราก็มักจะเติมเต็มความรู้สึกโดยการทำอาหารที่เราคุ้นเคยและคิดถึง เราอบขนมปังเอง เราทำอาหารปิ้งย่าง เราอบขนมเค้ก ไม่ว่าอาหารประเภทไหนที่เราอยากทานเรามักทำเองบนเรือ  ถ้าเราไม่รู้วิธีทำเราก็จะหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต แต่ฉันก็ยังคิดถึงสถานที่เก่าๆ และความสะดวกสบายที่เราเคยมีทุกอย่างในมือ เคยมีเงินอยู่เต็มบัญชีธนาคารที่ทำให้เราซื้อทุกอย่างที่เราอยากได้ 
ขนมเค้กวันเกิดอบใหม่ๆ บนเรือใบดี 
เปิดกล่องของขวัญที่ปู่และย่าส่งมาให้
ของขวัญวันคริสต์มาสจากปู่และย่า 
กล่าวถึงเพื่อนๆ และครอบครัวของเรา 
แหน: อยากบอกกับทุกคนว่าเราปลอดภัยและสุขภาพแข็งแรง ครอบครัวเรามีความสุขดี ไม่ต้องเป็นห่วง และเราคิดถึงทุกคน  
ฌูเอา : ถึงครอบครัวเรา ไม่ต้องเป็นห่วงและสบายใจได้ว่าเราปลอดภัยและสบายดี เราพยายามล่องเรือด้วยความปลอดภัยด้วยความสามารถของเราอย่างดีที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและอันตรายที่อาจจะเกิด ถึงเพื่อนๆ ของเรา แทนที่จะไปพักร้อนที่สถานที่อื่นๆ  ทำไมไม่จัดกระเป๋าแล้วมาใช้เวลากับเราบนเรือใบดี
เพื่อนคนไทยคนแรกมาเยี่ยมเรือใบดี ที่ประเทศเซนต์ ลูเซีย (St. Lucia)
เพื่อนๆ ที่รักทั้งหลายทะเลรออยู่ ภาพถ่ายที่อ่าวซิมป์ซัน (Simpson Bay) เกาะเซนต์มาร์ติน (St. Maarten)